สร้างมาตรฐานตัวเองให้ได้ก่อน
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 เวลา 09:49 น.

               

แค่ผ่อนคันเร่ง แต่ยังใส่เกียร์เดินหน้าต่อ

                

ตามแอ็กชั่นขึงขังของ “บิ๊กกุ้ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ยืนกรานให้คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ตามประกาศป.ป.ช.ปี2561

                

เพียงแต่ผ่อนปรน ยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายที่จะเริ่มต้นวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ออกไป 2เดือน ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยเตรียมตัวเตรียมใจรับกฎเหล็กข้อใหม่

                

ซื้อเวลาบังคับใช้กฎหมายไปอีกระยะ ให้โอกาสกรรมการสภามหาวิทยาลัยได้ทบทวนจะตัดสินใจนั่งเก้าอี้ต่อไปหรือไม่  แต่พอครบเส้นตายก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินสถานเดียว

 

ป.ป.ช.ถือกระบองเล่นบทเฮี้ยบตีความพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปี2561 เคร่งครัดทุกตัวอักษร  ให้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง รวมถึงกรรมการในหน่วยงานรัฐโชว์บัญชีทรัพย์สิน แสดงความโปร่งใส

                

เมินคำขู่กรรมการสภามหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ยื่นคำขาดขอไขก๊อกออกจากตำแหน่ง หากต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน

                

กลายเป็นความปั่นป่วนวุ่นวาย สะเทือนไปถึงระดับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ บอร์ดองค์การมหาชน และกรรมการในองค์กรเล็กๆของรัฐที่พลอยโดนหางเลขต้องโชว์ความโปร่งใสด้วย

                

เพราะสิ่งที่สร้างความหนักอกหนักใจคือ ความจุกจิก ยุ่งยากในการยื่นบัญชีทรัพย์สินที่ต้องแจกแจงทรัพย์สินละเอียดยิบ ตั้งแต่เงินสด เงินในบัญชีธนาคาร หุ้น  ที่ดิน ยานพาหนะ ทรัพย์สินมีค่า แบรนด์เนมหรูต่างๆนานา ทั้งของตัวคนยื่น คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

                

แค่ยื่นบัญชีตกหล่น ไม่ครบแค่รายการเดียว หากป.ป.ช.สงสัยมีเจตนาปกปิดหรือแจ้งบัญชีเท็จ ก็มีสิทธิแหย่ขาเข้าคุกได้

                

ขนาดนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเกือบตกม้าตาย แค่ลืมแจ้งบัญชีการถือหุ้นสหกรณ์มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์หุ้นเดียว มูลค่า 20 บาท ที่มีมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ปี 2502

                

ยังถูกจับขึ้นเขียง ต้องต่อสู้คดีในชั้นป.ป.ช.วุ่นวาย กว่าจะหลุดคดีมาได้

                

มาเที่ยวนี้กฎหมายป.ป.ช.ฉบับใหม่บังคับให้ครอบคลุมไปถึงสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส  รวมถึงพวกบ้านเล็กบ้านน้อย กิ๊ก ให้อยู่ในข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย ก็ยิ่งอลเวงกันไปใหญ่

                 

ยิ่งปรมาจารย์ด้านกฎหมายของประเทศอย่าง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็น กำหนดกรอบเรื่องบัญชีทรัพย์สินในกฎหมายลูกป.ป.ช. ยังชิงนำร่องไขก๊อกออกจากการเป็นสภามหา วิทยาลัยราชนครินทร์

                

คนคิดสารตั้งต้นยังเปิดหมวกหนี  แล้วพวกโนเนมที่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องบัญชีทรัพย์สินจะมีเสี่ยงอยู่ต่อ

 

ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากบอร์ดมหาวิทยาลัย บอร์ดสาธารณสุข บอร์ดองค์การมหาชน จะยกโขยงพาเหรดลาออก

 

จะขึงขังสร้างมาตรฐานสร้างความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ  ป.ป.ช.ก็ต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการทำงานของตัวเองด้วย  

 

คดีทุจริตดังๆหลายเรื่องที่สังคมรอความกระจ่าง ยังเงียบเป็นเป่าสาก

 

มาตรฐานตัวเองยังสร้างให้สังคมเชื่อถือไม่ได้ แต่ยังกล้าไปสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใสให้คนอื่น