ล้าง "ดงขมิ้น" ภาค 2 จีวรร้อนเป็นไฟ!!
วันที่เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 09:55 น.

 

ยิ่งกว่า “ตาเถรกวาดลาน” ปฏิบัติการของ “มือปราบผ้าเหลือง” พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หลังแจ้งความเอาผิด “พระผู้ใหญ่” ระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทีเดียว 3 รูปรวด จากมหากาพย์เงินทอนวัด

 

ลำพังเล่นงานคณะรัฐมนตรีพระ ว่าหนักหนาสาหัสแล้ว แต่ “พระเถระ” ที่ท้าชนด้วยรอบนี้ จัดอยู่ในระดับ “ยักษ์ดงขมิ้น”

 

พระพรหมดิลก หรือ “เจ้าคุณเอื้อน” เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมสิทธิ หรือ “เจ้าคุณธงชัย” เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และพระพรหมเมธี หรือ “เจ้าคุณจำนงค์” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม คือ อภิมหาอำนาจใน มส.ปัจจุบัน สามารถชี้เป็นชี้ตายวงการสงฆ์ได้ทุกเรื่อง

 

เป็น “3 ค่ายใหญ่” ที่คอนโทรลพระสงฆ์ในประเทศให้ซ้ายหัน ขวาหันได้ ไม่ต่างจาก “ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมาตรา 44 เป็นกระบองวิเศษยังไงยังงั้น

 

ลูกศิษย์ลูกหาระดับบิ๊กขวักไขว่อยู่ทุกวงการ ขนาดรัฐมนตรีในรัฐบาลบางคนยังต้องก้มต่ำค้อมหัว ไม่กล้าขัดใจ สาเหตุที่ “พงศ์พร” ถูกเด้งไปคราวก่อน ก็เพราะแก๊งนี้นี่แหละโยม!!

 

หนนี้ได้กลับมาก็ยังเล่นบทบู๊สู้ไม่ถอย ถ้า“พงศ์พร” จับผลัดจับผลูล้มแก๊งนี้ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการ “รัฐประหารวงการผ้าเหลือง”

 

เป็นการกวาดล้าง “มาเฟียพระ” ที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าช่วง 10 ปีหลัง ผูกขาดอำนาจลากยาวกันมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ “สมเด็จเกี่ยว” อดีตเจ้าอาวาสค่ายภูเขาทอง เรื่อยมาถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

 

กรรมการ มส.ส่วนใหญ่ ที่เข้ามามีอำนาจ ก็เป็นสาย “สมเด็จช่วง” ส่งเข้าประกวดแทบทั้งสิ้น บางรูปเป็นแค่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสแต่ปาดหน้าพระเถระรูปอื่นมาเฉยๆ  

 

ยุคนี้ที่แม้จะมีพระสังฆราชอันงดงามด้วยวัตรปฏิบัติ ประชาชนเลื่อมใสศรัทธา ยกมือไหว้ได้อย่างสบายใจ แต่การบริหารงานก็ยังถูกพวก “มาเฟียสายเก่า” ปัดแข้งปัดขา ทำให้งานกอบกู้ศรัทธาพุทธศาสนาตะกุกตะกัก

 

คิดจะเปลี่ยนแปลงการเมือง ยังง่ายกว่าเปลี่ยนขั้วอำนาจในสายพระ รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยยังไม่ใครกล้า เพราะมาเฟียพระน่ากลัวยิ่งกว่านักเลือกตั้งอาชีพ

 

แต่ดูทรงแล้วคราวนี้ “พงศ์พร” แบกน้ำหนักชกข้ามรุ่นไปเยอะ หลายคนเลยกังวลเก้าอี้ ผอ.พศ. อาจกระเด็นหลุดตูดอีกครั้ง และจะไปแล้วไปลับไม่กลับมา เผลอๆ อาจเจอของแถมเข้าให้ด้วย!!

 

ถึงกระนั้น ชั่วโมงนี้ฝ่ายที่กุมขมับ ฉันไม่ได้ จำวัดไม่สนิท กลับเป็น “พระเถระ 3 ค่ายใหญ่” เพราะ “เจ้าเด็กวัด” คนเดิม ที่เคยเฉดหัวพ้นกุฏิ ไม่ให้กินข้าวก้นบาตร กลับมาอยู่วัดรอบนี้มัน “ร้าย” กว่าเดิม

 

ถ้าไม่แน่จริง คงไม่ได้กลับมา ขนาดรัฐมนตรีในรัฐบาลสุมหัวรวมกันเขี่ยพ้นเก้าอี้ ผอ.พศ. ไปแล้ว ยังหวนคืนมาได้ แสดงว่า ไม่ธรรมดา! และกลับมาด้วยจุดยืนเดิม “หมูไม่กลัวปังตอ” จัดรุ่นใหญ่ไฟกระพริบ พระธรรมดาไม่พาดพิง ชวนทะเลาะถึงระดับแกนนำ

 

 

รู้ทั้งรู้ว่าม็อบรออยู่ข้างหน้า แต่ช่างกล้าหาเรื่อง อย่างไรก็ตามงานนี้ไม่ธรรมดาเพราะคนในรัฐบาลท่าทีพลิกกลับ เปลี่ยนมาสนับสนุนปฏิบัติการชำระล้าง “ดงขมิ้น”

 

ขาใหญ่วงการผ้าเหลืองนั่งกันไม่ติด หนาวๆ ร้อนๆ เรียกประชุมด่วนทุกสายที่มีอิทธิพล โดยเฉพาะกำลังหลักจากค่าย “คลองสาม” ทั้งในจีวร และคราบพุทธศาสนิกชน ไหว้วานให้มาเป็นเกราะเพชรเจ็ดสี เซฟเก้าอี้ยศถาบรรดาศักดิ์

 

ปล่อยพวกสมุนทางโลก เดินสายยื่นนู่นยื่นนี่กดดัน หวังให้รัฐบาลอกสั่นขวัญแขวน เบรกโปรเจกต์ “เจ้าเด็กวัด” จอมแสบ อ้างความสงบในบ้านเมือง

 

แต่เหมือนมุกซ้ำตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ นาทีนี้ไม่มีหวั่นไหว เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ “พงศ์พร”เดินหน้าลุยแหลก เพราะงานนี้เจ้าภาพไม่ใช่ “รัฐบาลลุงตู่” แต่เป็น “บุคคลลึกลับ” ที่ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ยังต้องหลีก!!

 

ลำพัง “แบ็ก” ดี “พงศ์พร” ก็คงไม่กล้าหาญชาญชัยขนาดนี้ แต่เพราะมีข้อมูลเด็ด ชนิดเปิดมาหงายหลังตึง เลยทำให้ฮึกเหิม ห้าวหาญ

 

ว่ากันว่าข้อมูลชุดนี้ ตั้งใจจะแฉตั้งแต่เป็นเด็กวัดสมัยแรก แต่พระบางรูปไหวตัวทัน รีบเดินเกมกดดันให้รัฐบาลตะเพิดพ้นไปเสียก่อน!!

 

แต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าจะกลับมาได้!!

 

ดูไปดูมา เหมือนหนัง “แค้นฝังหุ่น” ปฏิบัติการเอาคืนจาก “พงศ์พร” แต่ขอบอกว่าไม่ใช่!!

 

ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย คือ ทำให้ใสสะอาดในวันสำคัญของประเทศต่างหาก