แม่ทัพเพื่อไทยไร้ชื่อ "ชิน-ดา-วงศ์"
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 14:51 น.

 

 

สมรภูมิเลือกตั้งครั้งหน้า เหมือนสงครามระหว่างสองขั้ว “เพื่อไทย” กับ “ทหาร”  ฝั่งหนึ่งเพื่อกลับมามีอำนาจ อีกฝั่งหนึ่งเพื่อต่อท่ออำนาจ

 

“เพื่อไทย”ต้องการรักษาฐานที่มั่น แต่ “ทหาร” ต้องทุบทำลาย สถาปนาขั้วอำนาจใหม่บนกระดานการเมืองไทย

 

ฉะนั้น“เพื่อไทย” ไม่มีภารกิจอื่นใดเหนืองานหลักรักษาสมาชิก อดีต ส.ส. ให้เหนียวแน่น พร้อมปั่นราคาหวังโอกาสแลนด์สไลด์ อีกรอบ เฉพาะหน้าต้องหยุดเลือดไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้ หลังโดนกรีดเนื้อเถือหนังไปเจ็บๆ แสบๆ ไปบ้างแล้ว

 

ขณะที่ฝ่าย “ท็อปบูต” ภารกิจใหญ่คือไล่กวาดต้อนไพร่พล บอนไซอีกฝั่ง ทั้งดูด ทั้งทุบ ลากมาร่วมก๊วน บี้ทุกช่อง ดักทุกทาง ไม่ให้งอกเงย

 

ตามคิวที่ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตเจ้าแม่วังบัวบาน น้องสาว“นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นสามีออกตัวคอนเฟิร์ม ภรรยาอาจเลิกราวางมือการเมือง

 

แม้ภาพลักษณ์ “เจ๊แดง”จะติดลบ แต่เลือด “ชินวัตร”ถ้าคิดจะชู เอาใครขึ้นมาก็ยังขายได้ในทางการเมือง การเลิกราปิดช่องทำมาหากินตัวเองในอาชีพนักเลือกตั้ง นั่นหมายถึงประเมินแล้วว่า จะเจอกับอะไรถ้ายังแข็งขืน!!

 

จาก“ทักษิณ”มา“สมชาย” ต่อด้วย“หนูปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คนในค่าย 3 ตระกูล “ชินวัตร – ดามาพงศ์ – วงศ์สวัสดิ์” ไม่ว่ายกใครขึ้นมาเร่ขาย แม้ชนะได้ แต่ตายเรียบวุธ จบไม่สวยสักราย

 

“เจ๊แดง”อาจไม่มีคดีความ แต่มันไม่เหนือบ่ากว่าแรงถ้าฝ่ายอำนาจปัจจุบันจะหั่นทิ้ง อย่าลืมว่าทุกคดีทุจริตในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชื่อ“เจ๊แดง”ถูกโยงว่ามีเอี่ยวอยู่เบื้องหลังแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ทุกวันนี้อยู่ในซังเต ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน

 

ขนาด“หลานโอ๊ค”พานทองแท้ ชินวัตร ที่ไม่ได้สวมยูนิฟอร์มนักการเมือง ยังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาฟอกเงิน คดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้บริษัทในเครือของกฤษดามหานคร นับประสาอะไรกับ “เจ๊แดง” ที่เป็นนักการเมืองแท้ๆ มีหรือจะเข้าสู่วังวนแห่งคดีความไม่ได้!!

 

หากยังดื้อดึงสุดท้ายอาจต้องทิ้งลูกทิ้งผัว เก็บข้าวเก็บของย้ายสำมะโนครัวตามไปอยู่กับ “พี่ชาย-น้องสาว” ในต่างแดนก็เป็นได้...

 

แม้แต่“สมชาย”เองก็เถอะ วันนี้แม้จะเดินเข้าพรรค แต่ก็ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายจะกล้าเสี่ยงขึ้นมานำเองหรือเปล่า เพราะคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หน้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่รอดมาได้ ส่วนหนึ่งเพราะ ใบบุญที่ร่วมตกเป็นจำเลยกับ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องรัก“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

 

ถ้าแหลมขึ้นมา รับรองว่ารอบนี้อาจไม่โชคดีเหมือนเดิม!!

 

ขณะที่ซีก “ดามาพงศ์” อีกสายตรงบ้านชิน ยี่ห้อนี้ก็จะถูกตีตรา “แบน” แม้ครั้งหนึ่ง “บิ๊กอ๊อฟ” พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. พี่เมียนายใหญ่ เคยมีชื่อโผล่ออกมา แต่ดูทีท่าถ้า “ชินวัตร” และ “วงศ์สวัสดิ์” ยังถูกห้าม “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ก็ไม่น่ารอด

 

สอดคล้องกับสถานการณ์ภายในพรรคที่วันนี้ แคนดิเดตถือธงนำคนใหม่ที่ยังอุบไต๋ไม่เผยตัว มีแต่ชื่อ แซ่ สกุลอื่นนอกค่าย “ชิน-ดา-วงศ์” แทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะ“หญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือการไปดึงคนนอกอย่าง “วีรบุรุษนาแก” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ข้ามห้วยมาปาด

 

การไม่รีบออกตัวเปิดผู้นำคนใหม่ ก็เป็นไปตามสไตล์“นายใหญ่” ไม่ให้บอบช้ำโดนสกรัมจนเละเทะ และไม่จำเป็นต้องรีบชิงเปิดตัว เพราะอาจเป็นผลร้ายมากกว่าถ้าผู้นำบ่มิไก๊ ไร้ราคา คะแนนนิยมเพื่อไทยวันนี้มี“ทักษิณ”เป็นต้นทุนหลักอยู่แล้ว

 

รอใกล้ๆ เลือกตั้งค่อยประทับตรา“นายใหญ่” ส่งเข้าประกวดได้เลย ไม่ต้องเสี่ยงถูก “ตัดหัว” ก่อนลงสนามจริง คนถือธงนำไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ต้องไปหาคนที่ไม่ใช่ “ชิน-ดา-วงศ์”

 

แต่มี “องค์” ของ “ทักษิณ” ประทับได้!!