ภาพแรก "ฟ่านปิงปิง" หลังพ้นวิกฤตเลี่ยงภาษี
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2561 เวลา 11:13 น.

 

ปรากฏภาพแรกของซูเปอร์สาวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ “ฟ่านปิงปิง” ระหว่างเดินทางไปที่สนามบินปักกิ่ง และมีช่างภาพปาปารัสซีถ่ายภาพเก็บเอาไว้ได้ โดยนี่คือภาพแรกของ ฟ่านปิงปิง ในรอบหลายเดือน หลังเธอหายตัวไปอย่างลึกลับ ก่อนจะมีคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า ดาราวัย 37 ปี ได้ถูกควบคุมตัว เพื่อสอบสวนกรณีหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี จนกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิต

 

นี่คือการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตอนนั้นอยู่ๆ ฟ่านปิงปิง ก็ไม่ได้อัปเดตโซเชียลมีเดีย และหายไปจากหน้าสื่อต่างๆ อย่างไร้สาเหตุ จนมีข่าวลือว่า เธอกำลังโดนข้อกล่าวหากรณีหนีภาษี และถูกสั่งห้ามออกนอกประเทศจีน ข่าวตอนนั้นยังบอกว่า ฟ่านปิงปิง อาจจะโดนแบนห้ามรับงานแสดงนานถึง 3 ปี มีเสียงลือกระทั่งว่า ฟ่านปิงปิง อาจจะตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่สหรัฐอเมริกา เพื่อหนีคดีที่เกิดขึ้น

 

หลังทุกอย่างเต็มไปด้วยคำถามนานถึงเกือบ 3 เดือน ในที่สุดเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนก็ออกมายอมรับว่าได้มีการควบคุมตัวดาราสาวคนสวยไปจริงๆ โดยมีข่าวว่า เธอถูกกักบริเวณอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เพื่อสอบสวนถึงข้อกล่าวหาเรื่องหนีภาษี

 

สุดท้ายเมื่อวันที่ 3 ต.ค. เจ้าหน้าที่ของเจียงซู จึงได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฟ่านปิงปิง มีพฤติกรรมเลี่ยงภาษีจริง แต่ถ้าเธอสามารถจ่ายค่าปรับ และภาษีย้อนหลังมูลค่า 883 ล้านหยวน (4,200 ล้านบาท) ได้ในกำหนดเวลา ก็จะไม่ต้อเข้าไปชดใช้ความผิดในเรือนจำ

 

ซึ่งในเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ฟ่านปิงปิง จึงได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนว่า เธอรู้สึก เสียใจ และอับอายกับความผิดครั้งนี้มาก ก่อนที่จะมีข่าวว่า เธอได้เวลาแค่ 2 วัน จึงจ่ายค่าปรับ และภาษีย้อนหลังทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

สำหรับภาพล่าสุดที่ปาปารัสซีเมืองจีนถ่ายได้จากสนามบินปักกิ่งนั้น ฟ่านปิงปิง กำลังยืนรถยนต์ที่จะมารับ โดยซูเปอร์สตาร์วัย 37 ปี สวมชุดง่ายๆ และใส่ทั้งแว่นตาดำ กับหมวกเอาไว้ด้วย โดยภาพดังกล่าวถูกส่งต่อไปทั่วสังคมออนไลน์ของจีน นอกจากนั้น รองเท้าพื้นสูงที่เธอสวมอยู่ก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษด้วย

 

ยังมีข่าวว่าวิกฤตครั้งนี้ ทั้งการถูกควบคุมตัว และโดนสอบสวนถึงกับทำให้ ฟ่านปิงปิง มีปัญหาสุขภาพ และน้ำหนักตัวลดไปพอสมควร เมื่อได้รับอิสรภาพอีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ทันที

 

ที่มา : ผู้จัดการ