การเมือง

มติครม.ประจำวันที่ 16 ต.ค.61

  “ครม.” ดันตั้งข้าราชการก.เกษตร นั่ง "อธิบดี รองปลัด ผู้ตรวจราชการกระทรวง"  บำเหน็จรองปลัดแรงงาน นั่ง “อธิบดีจัดหางาน”   กระทรวงอุตสาหกรรมโยก3เก้าอี้ ตั้ง”สมชาย ชาญณรงค์กุล”ที่ปรึกษา “บิ๊กฉัตร”    16 ต.ค. 61  ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน 7 ราย    1.นายพิศาล พงศาพิชร์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห้งชาติ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง    2.นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง   3.นายประสงค์  ประไพตระกูล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง    4 .นายวีรชาติ เขื่อนรัตน์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง    5 . นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมกรเกษตร    6. นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการข้าว    7.น.ส.ศิริพร บุญชู รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมหม่อนไหม    พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวต่อว่า ครม.อนุมัติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสายสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารระดับสูง 2 ราย    1.นางเพชรรัตน์ สินอวย พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการจัดหางาน    2 .นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่งตั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง กระทรวงอุตสาหกรรม   รวมถึงครม.อนุมัติแต่งตั้งนายประกอบ วิวิธจินดา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และนายเอกภัทร วังสุวรรณ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง    นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบแต่งตั้งนายจิตเกษม พรประพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจอุปทาน ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน เป็นกรรมการผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ในคณเะกรรมการบริหารกองทุน ตามพระราชบัญญัติอ้อย และน้ำตาล แทนนายสุรชัย ใจข้อ กรรมการผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยเดิม    ขณะเดียวกัน  ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งนายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง โดยให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ในอัตราเดือนละ 440,000 บาท ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกัน ครม. เห็นชอบแต่งตั้งนายสมชาย ชาญณรงค์กุล ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ   ครม.อนุมัติร่างแผนพัฒนาเด็ก-เยาวชนฉบับ2 กำหนด5ยุทธศาสตร์สร้างภูมิคุ้มกัน   ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 โดยมีต้นเรื่องมาจาก พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มาตรา 11(1) กำหนดว่า คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติต้องเป็นผู้เสนอนโยบาย และแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ต่อ ครม. โดยในปี 2554 ครม.เคยอนุมัติร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติไว้ ก่อนมีประกาศใช้ ระหว่างปี 2555-2559  พบว่า มีความสำเร็จในหลายประการ อาทิ เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาที่สมวัย รวมทุกด้านเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 72.8 ขณะที่ภาวะการขาดสารไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ และในเด็กลดลง อัตราการคลอดบุตรของเด็กอายุ 15-19 ปี ลดน้อยลง หมายความว่า สภาวะแวดล้อม ผู้ปกครอง และสังคม มีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น   อย่างไรก็ตาม มีตัวชี้วัดบางตัวที่มีผลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ อาทิ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งในรอบเดือนที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารกรณีดังกล่าวกว่า 300 ครั้ง กว่า 20 ครั้งเป็นเรื่องเด็กและเยาวชน นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านสุขภาพยังมีตัวเลขที่ไม่น่าพึงพอใจ อาทิการใช้สารเสพติด การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เยาวชนติดเกมส์ จนไม่ออกกำลังกายให้เหมาะแก่วัยของเด็ก ทั้งนี้ เสนอ ร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ปี 2560-2564 จะต่อยอดสิ่งที่ประสบผลสำเร็จ และกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 5 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เด็กและเยาวชนต้องได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เต็มศักยภาพเพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่สร้างสรรค์  2. การสร้างความเข้มแข็งของกลไกสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ 3.การเปิดโอกาสการมีส่วมร่วมในกระบวนการคิด และทำกิจกรรต่างๆ 4.ส่งเสริมบทบาทและระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้เยาวชน  5.การพัฒนานวัตกรรมบริหารจัดการเด็กและเยาวชน อาทิ บุคลากร เป็นต้น   ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง'นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์'เป็นผู้ว่าการกฟน.คนใหม่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแต่งตั้ง นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ผู้ว่าการ กฟน.) คนที่ 17  ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ (ตามมติคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวงในการประชุมครั้งที่ 698 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 และครั้งที่ 699 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561)   นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2504 อายุ 57 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ ท่านยังได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 16 สถาบันพระปกเกล้าประกาศนียบัตรหลักสูตร Leadership Succession Program (LSP) รุ่น 9 มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) ประกาศนียบัตรหลักสูตร Advanced School in Power Engineering ,Pennsylvania State University ประกาศนียบัตรหลักสูตร Electricity Distribution Management SwedPower International AB ประเทศสวีเดน ประกาศนียบัตรหลักสูตร Underground Transmission and Distribution Line ,JEPIC (Japan Electric Power Information Center) ประเทศญี่ปุ่น ประกาศนียบัตรหลักสูตร Modern Managers Program จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประกาศนียบัตรหลักสูตร Modern Marketing มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ก่อนเข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการ กฟน. ในครั้งนี้ นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์  ได้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการวิชาการและบริหารพัสดุ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการ สายวิชาการและบริหารพัสดุ เคยเป็นผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตบางใหญ่ รองผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตสามเสน และรองผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตคลองเตย   ผลงานที่โดดเด่นของ นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ได้แก่ การดำรงตำแหน่งคณะทำงานแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน (พ.ศ. 2559-2566) คณะกรรมการแผนแม่บทโครงข่ายสมาร์ทกริด (พ.ศ. 2559-2564) คณะทำงานตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ประธานคณะทำงานแผนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (พ.ศ. 2561-2564) ทีมที่ปรึกษาในการพัฒนาระบบจำหน่ายในกลุ่มประเทศอินโดจีน   นอกจากนี้ ท่านยังดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ทางสังคมในฐานะรองประธานคณะกรรมการองค์การซีเกรฝ่ายไทย (Thailand National Committee of CIGRE) ที่ปรึกษากรรมการบริหาร IEEE Power & Energy Society Thailand และสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าอิเลคโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) คณะกรรมการอำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญพิเศษด้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยมาตรฐานเทคนิคทางไฟฟ้าระหว่างประเทศ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรม คณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน และ Organizing Co-Chair of IEEE PES GID ASIA 2019   ครม.อนุมัติแก้ไขพรบ.หอการค้า-ส.การค้า   ครม.มีมติอนุมัติ หลักการตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติหอการค้าและร่างพระราชบัญญัติสมาคมการค้า หลังจาก พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับมีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2509 ซึ่งทำให้มีบทบัญญัติบางประการไม่ครอบคลุมต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับดังกล่าว จะเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของหอการค้าและสมาคมการค้า อาทิ หลักการจะเปิดช่องให้เอสเอ็มอี เกิดการรวมกลุ่มเป็นสมาคมการค้า และหลังจากนั้นก็สามารถไปเป็นสมาชิกของหอการค้าได้ โดยยังแก้ไขบทนิยามอำนาจหน้าที่ของหอการค้าและสมาคมการค้า และปรับปรุงบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้าย พ.ร.บ.ให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบันด้วย   นอกจากนี้ การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.หอการค้ายังมีการเพิ่มนิยามสมาคมการค้าเพื่อให้ครอบคลุมถึงสมาคมฯ ที่จดทะเบียนตามกฎหมายอื่นและมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการค้าในด้านต่างๆที่ไม่แสวงหาผลกำไร ให้สามารถสมัครและใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสามัญของหอการค้าได้

อ่านเพิ่มเติม