breaking news

กทม.คุมเข้มสวนสาธารณะป้องกันคนทำอนาจาร

  กทม.กำหนดเกณฑ์ดูแลสวนใหม่ เพิ่มความถี่ตรวจตรา ทำป้ายประกาศข้อห้ามชัดเจน ติดกล้องวงจรปิดจุดอับ-พื้นที่เปลี่ยว ป้องกันคนลอบทำอนาจาร   เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางการดูแลสวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯว่า จากเหตุที่มีกลุ่มบุคคลกระทำการอนาจารกระทำการที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สวนสาธารณะ ซึ่งสวนถือเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย เป็นพื้นที่ของครอบครัว การกระทำดังกล่าวถือเป็นสิ่งไม่เหมาะสม ผิดต่อกฎหมายในการใช้พื้นที่สาธารณะ   ดังนั้น กทม.โดยสำนักสิ่งแวดล้อม จึงได้ประชุมวางแนวปฏิบัติในการดูแลสวน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานของประชาชนมากที่สุด โดยปัจจุบัน กทม.มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในรูปแบบสวนปิด เปิดให้บริการแล้วจำนวน 36แห่ง จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 04.30-21.00น. ซึ่งทุกสวน จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ซึ่งกทม.จัดจ้างจากองค์การทหารผ่านศึก(อผศ.) รวมเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น 507คน กระจายดูแลสวนต่างๆ โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตามสภาพพื้นที่สวนเป็นหลัก ซึ่ง เจ้าหน้าที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่สวนตามวงรอบที่กำหนด 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามการดูแลสวนจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อมได้กำหนดแนวทางคือ   1. ทุกสวนต้องเพิ่มความถี่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเดิมให้มากขึ้นเป็นการตรวจตราทุกๆครึ่งชั่วโมง   2.จะมีการติดตั้งกล่องเขียว เพื่อให้เจ้าหน้าที่แสดงการตรวจพื้นที่แบบชัดเจน   3.จะจัดทำปลายประกาศข้อห้ามการใช้สวนสาธารณะในรูปแบบภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารข้อความให้ชาวต่างชาติที่ใช้บริการสวนรับทราบถึงกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งข้อห้ามต่างๆนั้น กทม.ได้มีการออกประกาศกำหนดเกณฑ์การใช้สวนอาทิ การห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่มสุรา ห้ามเล่นการพนัน แต่จะมีการเพิ่มเติมให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันยิ่งขึ้น ทั้งการห้ามใช้โดรนภายในสวน และห้ามการกระทำอนาจารใดๆอย่างเด็ดขาด   4.จะมีการสำรวจพื้นที่ในจุดอับ พื้นที่เปลี่ยว เพื่อทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดซีซีทีวี เพื่อช่วยในการดูแลแก้ปัญหาอาชญากรรมและการกระทำอนาจาร   5.ห้องน้ำภายในสวนสาธารณะ จะจัดเจ้าหน้าที่เข้าดูแลการใช้งานของประชาชน ให้มีการใช้งานเพื่อกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมขึ้น   6. จะมีการสำรวจปัญหา เพื่อรายงานผู้บริหารกทม.ผ่านช่องทางไลน์ เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์มากที่สุด   นางวัลยากล่าวว่า พฤติกรรมการร่วมเพศไม่เคยเกิดขึ้นในสวนสาธารณะ ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีกรณีการกอดจูบ จับมือ เนื่องจากพื้นที่สวนก็ถือเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เมื่อมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น กทม.ก็ต้องวางกรอบแก้ไข ทำให้สวนปลอดภัยมากที่สุด ดังนั้น หากพบกระทำอจารใดๆในสวนเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย แจ้งตำรวจสน.ท้องที่ เพื่อดำเนินคดีในทันที   ส่วนกรณีการพบถุงยางอนามัยภายในสวนสาธารณะต่างๆจำนวนมากนั้นตนก็ไม่อาจระบุได้ว่าถุงยางอนามัยดังกล่าวเป็นถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วหรือไม่ และในสวนที่พบ บางส่วนเป็นสวนเปิด ซึ่งจะอยู่ตามพื้นที่เขต โดยสวนลักษณะดังกล่าว จะแตกต่างจากสวนสาธารณะที่มีเวลาเปิดปิด มีเจ้าหน้าที่ดูแลชัดเจน คือสวนจะเปิดกว้าง ให้บริการตลอด 24ชั่วโมง ดังนั้นการดูแลอาจไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ก็จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่ ในการดูแลป้องปรามเหตุไม่เหมาะสม ทั้งการมั่วสุม เหตุอาชญากรรม เหตุอนาจาร ยาเสพติด โดยจะมีเจ้าหน้าที่บริษัทอีกคอยเพราะเวรตรวจตราความปลอดภัยถังจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ท้องที่เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างสูงสุด   "พฤติกรรมการกระทำอนาจารภายในสวนสาธารณะ เป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของกลุ่มบุคคลที่จิตใจผิดปกติ ซึ่งสังคมต้องร่วมกันช่วยกันดูแล ตนอยากฝากให้สังคมร่วมให้การศึกษา และร่วมคำนึงถึงวัฒนธรรมอันดีของไทย โดยสวนสาธารณะถือเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคนใช้ทำกิจกรรมที่ถูกต้อง เหมาะสมร่วมกัน หากมีกลุ่มคนมีการใช้สวนอย่างไม่เหมาะสมก็ถือเป็นคนไม่ดีของสังคม ดังนั้นจึงต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา และร่วมกันดูแลพื้นที่สาธารณะที่เป็นสิทธิของทุกคน"นางวัลยากล่าว ทั้งนี้ พื้นที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวในรูปแบบสวนสาธารณะและสวนหย่อม รวมทั้งสิ้น7,814แห่ง ถ้าคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 37 ล้านตร.ม. คิดเป็นอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร6.53ตร.ม.ต่อคน

อ่านเพิ่มเติม